8 มกราคม 2558

รูปปั้นจ่าสมชาย : ก้าวแรกของอนุสรณ์สถานแห่งการสู้รบที่สมรภูมิช่องบก


ต่อจาก สามเหลี่ยมมรกต (The Emerald Triangle)


......การรบที่ช่องบก หรือสมรภูมิรบช่องบก ต.โดมประดิษฐ์ อ.น้ำยืน จ.อุบลราชธานี เกิดขึ้นในช่วงเดือนมกราคม 2528- ธันวาคม 2530 เป็นสงครามระหว่างกองทัพไทยกับกองทัพเวียดนาม โดยกองทัพเวียดนามได้เข้ามายึดภูมิประเทศทางทหารที่สำคัญในดินแดนไทย เช่น เนิน 500 เนิน 408 เนิน 382 เนิน 496 และเนิน 495 เพื่อทำการผลักดันกองกำลังเขมรแดง การรบในครั้งนั้น ทหารไทยผู้กล้าต้องพลีชีพเพื่อปกป้องแผ่นดินเอาไว้ถึง 109 คน บาดเจ็บอีก 664 นาย  ส่วนทหารเวียดนาม และเขมรแดง ก็สูญเสียเป็นจำนวนมากเช่นกัน เล่ากันว่ารวมกันแล้ว ทั้งทหารไทย เวียดนาม และเขมรแดง เสียชีวิตที่สมรภูมิแห่งนี้ ไม่ต่ำกว่า 1,000 คน....

ชื่นชม...ในความตั้งใจ
ผมเคยไปที่เนิน 500 มาแล้ว 2 ครั้ง เมื่อวันที่ 2 ก.ย.2557 และวันที่ 23 ธ.ค.2557 ทั้งสองครั้งผมได้พบกับ นางวาสนา คำโส นายก อบต.โดมประดิษฐ์  ผู้ซึ่งมีความมุ่งมั่นที่จะจัดทำโครงการย้อนรอยเขตแดนไทยในสมรภูมิช่องบก ณ บริเวณเนิน 500 แห่งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อปลูกจิตสำนึกและตระหนักในคุณค่าของประวัติศาสตร์การสู้รบ และร่วมรำลึกถึงความกล้าหาญของทหารไทย  และในทุกๆ ปีก็จะเปิดโอกาสให้ญาติทหารผู้เสียชีวิตได้ขึ้นมาร่วมทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ผู้เสียชีวิตด้วยเป็นประจำ โดยใช้งบประมาณ ซึ่งมีอยู่ไม่มากนัก ของ อบต.โดมประดิษฐ์ ซึ่งในปีนี้กำหนดงานทำบุญ เมื่อวันที่ 6-7 ม.ค.2558 ที่ผ่านมา

การไปครั้งแรก  นายก อบต.ฯ พาผมไปดูที่เนิน 500 สถานที่จัดงานทำบุญ และขอร้องให้ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ได้ช่วยเก็บกู้ทุ่นระเบิดและสรรพาวุธระเบิดที่ยังไม่ระเบิด (UXO) ที่ยังตกค้างอยู่บริเวณเนิน 500 จำนวนมาก เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ญาติของทหารผู้เสียชีวิตและนักท่องเที่ยวที่มาร่วมงานทำบุญประจำปี หลังจากนั้นต่อมาทาง TMAC  จึงได้มอบหมายใน นปท.3 เป็นผู้ดำเนินการเก็บกู้ฯ  
การไปครั้งที่สอง ผมไปตรวจความคืบหน้าการเก็บกู้ทุ่นระเบิดฯ ของ นปท.3 ก่อนถึงวันงานทำบุญ


บรรยากาศการทำบุญและอุทิศส่วนกุศลให้แก่ทหารผู้เสียชีวิต
บนเนิน 500 ประจำปี 2558 (ุ7 ม.ค.2558)



อยากมีอนุสาวรีย์...
ระหว่างที่เดินตรวจสอบพื้นที่อยู่ด้วยกันนั้น นายกวาสนาฯ กล่าวขึ้นมาลอยๆ ว่า "อยากมีอนุสาวรีย์ของ จ.ส.อ.สมชาย แก้วประดิษฐ์ ตั้งอยู่ตรงแท่นหินเดิมเพื่อใช้เป็นอนุสรณ์รำลึกถึงเหตุการณ์การสู้รบในอดีต"  ในใจผมเห็นด้วย แต่ผมตอบท่านไปว่า  "เรื่องนี้ควรให้ทางกองทัพภาคที่ 2 เขาเป็นผู้ริเริ่มดีกว่า เพราะเขาเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ จ.ส.อ.สมชายฯ เขาน่าจะเป็นผู้สร้างให้ และทาง อบต.ก็คงจะไม่มีงบประมาณมาก่อสร้างแน่ ทางกองทัพภาคเป็นหน่วยงานใหญ่ มีศักยภาพ เขาน่าจะหางบประมาณมาใช้ในการก่อสร้างได้ง่ายกว่า"  หลังจากนั้นเราก็หยุดคุยกันในเรื่องนี้ 

วีรกรรมของ จ.ส.อ.สมชาย แก้วประดิษฐ์
อนุสรณ์ของ จ.ส.อ.สมชาย แก้วประดิษฐ์ นี้ แต่เดิมยังไม่มีรูปปั้น เป็นเพียงแผ่นหินที่เขียนเหตุการณ์โดยสังเขปเอาไว้ ด้วยสีน้ำมันสีขาว ซึ่งค่อนข้างซีดจางและลบเลือนไปแล้วบางส่วน พอที่จะจับใจความได้ ดังนี้

อนุสรณ์วีรกรรม จ.ส.อ.สมชาย แก้วประดิษฐ์ บนยอดเนิน 500 เดิมที่ยังไม่มีรูปปั้น
"วีรกรรม จ.ส.อ.สมชาย  แก้วประดิษฐ์ ตำแหน่ง รอง ผบ.มว.ปล.ที่ 1 ร้อย ร.2341 ปฏิบัติตามแผนยุทธการเผด็จศึก กองทัพภาคที่ 2  เมื่อ 28 มิ.ย.30 มว.ปล.ที่ 1 ภายใต้การนำของ จ.ส.อ.สมชายฯ ได้รับคำสั่งให้เข้าตีข้าศึก ณ เนิน 500 ฐานตั้งรับข้าศึก ขณะปีนป่ายหน้าผาเพื่อทำการแทรกซึม บริเวณพิกัด VA 2XXX61 (จุดตรวจการณ์ปัจจุบัน)  จ.ส.อ.สมชายฯ ได้นำกำลังเข้าต่อสู้อย่างกล้าหาญ แต่ได้ถูกอาวุธของฝ่ายตรงข้ามนานาชนิด ระดมยิงอย่างหนัก เป็นเหตุให้ จ.ส.อ.สมชายฯ เสียชีวิตในทันที

วีรกรรมของ จ.ส.อ.สมชายฯ ในครั้งนี้ เป็นการกระทำที่สมเกียรติ สมศักดิ์ศรี ของชายชาติทหารอย่างแท้จริง จึงสมควรได้รับการสดุดีไว้ ณ ที่นี้"


จากคำบอกเล่าเพิ่มเติม กล่าวว่า ศพ จ.ส.อ.สมชายฯ ถูกทหารเวียดนามแขวนเอาไว้ ณ จุดนี้ เพื่อล่อให้ทหารไทยมาแย่งศพคืนไป พอทหารไทยขึ้นมาก็ระดมยิงใส่ เล่าต่อกันว่า กว่าจะนำศพของ จ.ส.อ.สมชายฯ กลับลงมาได้ มีทหารไทยได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์แย่งศพครั้งนี้ จำนวนมาก  

รูปปั้น จ.ส.อ.สมชาย : ก้าวแรกของอนุสรณ์สถานฯ
บ่ายวันที่ 6 ม.ค.2558 เพื่อน HDO นปท.3 ส่งภาพรูปปั้น จ.ส.อ.สมชายฯ ที่เนิน 500 มาให้ผมดูทางไลน์ ผมรู้สึกประหลาดใจ พร้อมทั้งรู้สึกชื่นชมถึงความตั้งใจจริงของท่าน นายกวาสนา คำโส และต่อมาในวันทำบุญ วันที่ 7 ม.ค.2557 ท่านนายกฯ ก็ส่งรูปภาพมาให้ผมดูทางไลน์อีกหลายภาพ และท่านนายกฯ ยังพิมพ์ข้อความอีกว่า  



"รูปปั้นจำลองจ่าสมชาย พร้อมลูกน้องอีก 2 คน รวมเป็น 3 คน เสร็จเฉพาะรูปปั้นจ่าสมชาย รูปปั้นลูกน้องจ่าสมชายฯ อีก 2 คน ยังไม่เสร็จกำลังปั้นอยู่...ปั้นเพื่อเป็นแรงจูงใจ ให้ลูกหลานและนักท่องเที่ยวได้เห็น ให้มีจิตสำนึกรำลึกถึงบุญคุณทหารกล้าเหล่านั้น อยากจะสร้างอนุสาวรีย์ แต่งบมีน้อยก็เลยได้แค่รูปปั้นก่อน"  


นางวาสนา คำโส นายก อบต.โดมประดิษฐ์
กำลังอำนวยการติดตั้งรูปปั้น จ.ส.อ.สมชาย แก้วประดิษฐ์ ที่ เนิน 500 


รูปปั้นจ่าสมชาย แก้วประดิษฐ์
 : ก้าวแรกของอนุสรณ์สถานแห่งการสู้รบที่สมรภูมิช่องบก

เห็นความตั้งใจจริงของ นายกวาสนาฯ แล้ว ผมรู้สึกอายตัวเอง ในฐานะที่ผมก็เป็นทหารคนหนึ่ง  แทบไม่สามารถช่วยอะไรเธอได้เลย ผมควรที่จะทำอะไรได้มากกว่านี้ แต่เสียงของพวกเราคงเบาเกินไป  ความฝัน ความหวัง ที่จะเกิดพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์การสู้รบหรืออนุสรณ์สถานแห่งการสู้รบที่สมรภูมิช่องบก นี้ คงลางเลือนเหลือเกิน ลำพัง นายก อบต.ตัวเล็กๆ คงไม่สามารถทำอะไรได้มากกว่านี้ 

หวังว่า รูปปั้นของ จ.ส.อ.สมชาย แก้วประดิษฐ์ และลูกน้องอีก 2 คน ที่สร้างขึ้นในครั้งนี้ จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกฝ่าย หันมาช่วยกันรำลึกประวัติศาสตร์ ช่วยกันต่อยอด จัดสร้าง  "อนุสรณ์สถานแห่งการสู้รบที่สมรภูมิช่องบก" แห่งนี้  เพื่อเป็นสิ่งเตือนใจ ปลูกจิตสำนึกให้คนรุ่นหลัง และใครก็ตามที่ได้มาพบเห็น ตระหนักถึงพิษภัยของสงครามที่่ก่อให้เกิดความสูญเสียอย่างใหญ่หลวง และร่วมรำลึกถึงวีรกรรมของทหารกล้า ที่เสียสละแม้ชีวิตตนเองจะหาไม่ ก็เพียงเพื่อให้ชาติ ให้แผ่นดินไทย ดำรงคงอยู่เพื่อลูกเพื่อหลานสืบไป 

มิได้หวังว่าจะเป็นวีรบุรุษ...แต่ก็สุดจะเห็นชาติพินาศสลาย


ที่มาของภาพ http://www.nco125.com/webboard-view/1306261687.html

******************************
ชาติชยา ศึกษิต : 8 ม.ค.2558

9 ธันวาคม 2557

แผ่นดินของใคร


ผมเดินไปไม่มีกี่ก้าว  รอบตัวผมเต็มไปด้วยทหารกัมพูชา  ผมไม่เข้าใจว่ามันเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นในแผ่นดินของเรา


เมื่อปลายเดือนตุลาคม 2557 หน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 (นปท.1) ได้จัดกำลังเข้าปฏฺิบัติการค้นหาและเก็บกู้ทุ่นระเบิดตามแนวชายแดนในเขตพื้นที่ จ.สระแก้ว บริเวณ บ.หนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง ขนาดพื้นที่ 150,000 ตร.ม. พบแนวทุ่นระเบิด PMN จำนวนมากกว่า 100 ทุ่น ซึ่งเป็นการค้นหาและแกะรอยเบื้องต้นเท่านั้น แต่จำเป็นต้องหยุดปฏิบัติงาน เพราะทหารกัมพูชาที่อยู่ฝั่งตรงข้ามถืออาวุธเข้ามาแล้วสั่งให้ นปท.1 หยุดทำงาน ทั้งๆ ที่ตรงนั้นคือแผ่นดินไทย

แนวทุ่นระเบิด PMN ที่วางไว้ในเขตแผ่นดินไทย

เมื่อทราบข่าวจากเพื่อนพี่น้อง HDO : นปท.1  ว่ามีเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้น  ผมและคณะ จึงพยายามหาโอกาสเดินทางไปยังพื้นที่ในทันทีที่ทำได้   ผมเดินทางไปถึงพื้นที่ บ.หนองจาน ในบ่ายวันที่ 2 ธ.ค.2557 (ก่อนที่จะไปบรรยายต่อที่ จ.สุรินทร์ ในวันที่ 3 ธ.ค.2557)  ที่นั้นผมได้พบกับเพื่อนพี่น้อง HDO นปท.1 เกือบทุกคน และที่แปลกใจคือชาวบ้านอีกกว่า 10 คน มารอพบผมเพื่อร้องเรียนปัญหาเรื่องที่ทำกิน  

ทำไร่ทำนามาแต่ครั้งปู่ย่าตายาย
ชาววบ้านร้องเรียนว่า พื้นที่ที่เคยมีทุ่นระเบิดนี้ เคยเป็นที่ทำไร่ทำนามาตั้งแต่สมัยครั้งปู่ย่าตายาย มีเอกสารหลักฐานพร้อมซึ่งออกโดยทางราชการ พอมีสงครามระหว่างเวียดนามกับเขมรแดงก็หยุดทำ แต่พอสงครามเลิก "ทหารเขมรก็อ้างว่าเป็นพื้นที่ของเขา ห้ามเข้าไปทำกิน"  ด้วยเหตุนี้ชาวบ้านจึงมาร้องเรียนขอความช่วยเหลือจากเรา

ชาวบ้านเจ้าของที่ดินมารอร้องเรียนกับผมเรื่องทหารกัมพูชา ไม่ให้เข้าไปทำกิน


ซึ่งพื้นที่ บ.หนองจาน ที่ นปท.1 กำลังเก็บกู้ทุ่นระเบิดอยู่นี้  หากเป็นพื้นที่ปลอดภัยแล้ว ชาวบ้านก็สามารถเข้าไปทำมาหากินได้ แต่เหตุการณ์ไม่เป็นเช่นนั้น ทหารกัมพูชามาสั่งให้พวกเราหยุดทำ เขาเหล่านั้นบอกว่า "แนวลวดหนาม คือแนวเขตแดนของกัมพูชา" ห้ามล้ำแดนเข้าไปเด็ดขาด



แนวลวดหนามแห่งความอัปยศ    
สมัยก่อนครั้งปู่ยาตายายที่ทำไร่ทำนากันได้ เพราะชาวบ้านไทย-เขมร ในพื้นที่นั้นล้วนเกี่ยวข้องดองกัน รู้กันดีว่า ตรงไหนคือเขตเขมร ตรงไหนคือเขตไทย  พอต่อมาหลังจากการสู้รบของเขมรแดงและเวียดนาม ทางกองกำลังบูรพาจึงสั่งให้มีการขึงแนวรั้วลวดหนาม 5 เส้น เสาทำด้วยคอนกรีตเสริมเหล็ก ความยาวจากไหนถึงไหนไม่ทราบได้ โดยขึงเรียบตามแนวชายแดน (แต่ไม่ติดแนวชายแดน) โดยขึงแนวลวดหนามถัดต่อลงมาจากถนนคึกฤทธิ์ (ถนนศรีเพ็ญในปัจจุบัน) จากคำบอกเล่าของชาวบ้านบอกว่าสร้างไว้ประมาณปี พ.ศ.2530-2531 ก่อนที่จะมีการลาดยางถนนศรีเพ็ญ

ผมไม่ทราบว่าวัตถุประสงค์การสร้างแนวลวดหนาม 5 เส้น ว่าสร้างไว้เพื่ออะไร สร้างไว้เพื่อป้องกันไม่ให้เขมรแดงเข้ามารุกรานราษฎรไทย หรือ ป้องกันไม่ให้ราษฎรไทย ออกไปทำมาหากินในที่ดินของตัวเอง 

แต่ที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน คือ

ทหารกัมพูชาใช้อ้างสิทธิ์ว่า แนวหลวดหนามนี้แหละคือ เส้นเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา   

ซากเสารั้วลวดหนามสูง 5 เส้น ซึ่งหักพังหมดแล้ว
ส่วนลวดหนามถูกขโมยไปขายตั้งแต่เริ่มสร้าง

ข้ามแนวลวดหนามไม่ได้ 

รู้หรือไม่รู้
ปัญหาพื้นที่อ้างสิทธิ์เหล่านี้ ตลอดแนวชายแดน จ.สระแก้ว มีจำนวนมาก  ถามว่าผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านในเมืองเรารู้หรือไม่ ผมว่ารู้ แต่ไม่ยอมทำอะไรกันมากกว่า อ้างแต่เรื่องหน้าตาและความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ ปล่อยให้ทหารตัวเล็กตัวน้อยของทั้งสองประเทศแก้ไขกันเอง แต่ทหารตัวน้อยของกัมพูชาเขาแน่กว่า ถือปืนออกมาขับไล่ทหารไทยและราษฎรไทย ให้ออกจากแผ่นดินไทยได้

ทหารไทยก็ได้แต่รายงาน รอผู้ใหญ่สั่ง
คงรอไปเถอะ รอจนกระทั่งวันหนึ่ง กัมพูชาจะบอกว่า
แนวถนนศรีเพ็ญ คือแนวแบ่งเขตแดนระหว่างไทยกับกัมพูชา

ผมว่าเรื่องนี้ ต้องเอาจริงเอาจังกันแล้ว ทะเลาะกันตั้งแต่เริ่มแรกเสียดีกว่า จะมาทะเลาะกันภายหลัง ผมไม่อยากเดินในแผ่นดินไทย แต่มีทหารเขมรมาคอยขับไล่ผม...ได้โปรดเถอะครับ   


ขบวนทหารกัมพูชาเดินตามผม
**********************************
ชาติชยา ศึกษิต : 9 ธ.ค.2557



1 ตุลาคม 2557

SMART TMAC (นายเท่ ทีแม็ค)


ผมเขียนบทความนี้ ในวันที่ 1 ต.ค.2557 ซึ่งเป็นวันแรกในการเริ่มต้นปฏิบัติงานในศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ศูนย์บัญชาการทางทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย ในปีงบประมาณ 2558 และนับเป็นปีที่ 3 ของผมที่ได้รับการคัดเลือกให้อยู่ TMAC นี้อีก 1 ปี  


ผมได้อ่านประกาศของกองบัญชาการกองทัพไทย เรื่อง สมรรถหลัก (Core Competency) ของกองบัญชาการกองทัพไทย  ซึ่งพลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร ผู้บัญชาการทหารสูงสุดในขณะนั้น ได้ประกาศไว้เมื่อวันที่ 10 ก.ย.2557 เรื่องกำหนดสมรรถนะหลักให้กำลังพลยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติร่วมกัน โดยใช้คำย่อว่า SMART ประกอบด้วย 5 ด้าน ดังนี้
  1. S (Sacrifice) : เสียสละ หมายถึง ทุ่มเททำงานให้บรรลุผลสำเร็จอย่างเต็มกำลังความสามารถ  พร้อมและเต็มใจที่จะสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ต่อส่วนรวม โดยไม่ย่อท้อต่อความยากลำบากไม่ว่าภารกิจนั้นจะเป็นสิ่งที่ยาก เสี่ยงอันตราย หรือไม่มีผลประโยชน์ตอบแทน
  2. M (Moral) : มีคุณธรรม หมายถึง ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ตรงไปตรงมา ซื่อตรงต่อหน้าที่ มีสัจจะรักษาคำพูด ไว้วางใจได้ ประพฤติปฏฺบัติตนอยู่ในกรอบของกฏ ระเบียบ แบบธรรมเนียม และจรรยาบรรณของการเป็นทหารอาชีพ มุ่งมั่นรักษาผลประโยชน์ของทางราชการ จงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ รวมทั้งกล้ายืนหยัดในสิ่งที่ถูกต้อง
  3. A (Accountability) : ดำรงความถูกต้องพร้อมรับผิด หมายถึง มุ่งมั่นรับผิดชอบต่อการปฏิบัติหน้าที่ราชการให้มีความถูกต้องตามระเบียบแบบแผนและหลักการด้วยความโปร่งใส โดยคำนึงถึงประโยชน์ของทางราชการ และพร้อมรับผิดชอบต่อผลที่เกิดขึ้นจากการกระทำ และการตัดสินใจของตนเองทั้งทางบวกและทางลบ พร้อมและยินดีให้ตรวจสอบการกระทำหรือผลงานของตนเอง
  4. R (Result oriented) : มุ่งมั่นในผลสัมฤทธิ์ หมายถึง เข้าใจถึงเป้าหมายและผลสัมฤทธิ์ของงาน พร้อมมุ่งมั่นปฏิบัติราชการให้เกิดผลสำเร็จอย่างดีที่สุด โดยพยายามพัฒนาตนเองให้มีความรู้ความสามารถเพื่อสร้างสรรค์พัฒนากระบวนการทำงานให้ผลงานบรรลุผลสำเร็จยิ่งกว่าเป้าหมายหรือมาตรฐานที่กำหนด
  5. T (Teamwork) : ร่วมคิดทำงานเป็นทีม หมายถึง ความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่น โดยปฏิบัติตนได้สอดคล้องตามบทบาทหน้าที่ของการเป็นสมาชิกที่ดีของทีม ยอมรับฟังความคิดเห็นหรือคำวิจารณ์ และวิธีการทำงานที่หลากหลาย สามารถประสานการทำงานระหว่างสมาชิกในทีมได้เป็นอย่างดี พร้อมมีส่วนร่วมในทีมอย่างเต็มความสามารถเพื่อให้ผลงานของทีมบรรลุเป้าหมายไปในทิศทางเดียวกัน
"SMART" ที่ท่านพลเอก ธนะศักดิ์ฯ ได้ให้แนวทางไว้ตามที่กล่าวมา ในความเห็นส่วนตัวแล้วเป็นสิ่งที่ดีมาก หากกำลังพลในกองบัญชาการกองทัพไทยได้พยามยามพัฒนาตนเองให้เป็นไปตามสมรรถนะหลักได้แล้ว จะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากมายมหาศาล แต่ตอนนี้ ท่านฯ เกษียณไปแล้ว คำว่า "SMART" จึงไม่ค่อยมีใครกล่าวถึง แม้แต่ใน TMAC นี้เองก็ตาม  กำลังพลคงเฝ้ารอแต่นโยบายของผู้บัญชาการทหารสูงสุด ท่านใหม่ ว่าจะมีแนวทางออกมาอย่างไร....

ปัจจุบันมีการนำคำว่า "SMART" มาใช้กันอย่างแพร่หลาย  เช่น Smart Police, Smart Phone, Smart Mobile, Smart TV, Smart Office เป็นต้น ผมมีโอกาสได้ทำงานร่วมกับกำลังพลของกองบัญชาการทหารสูงสุดที่มาช่วยราชการใน TMAC นี้เกือบ 3 ปีแล้ว รู้สึกว่า "หลายคนไม่มี คำว่า SMART ที่กล่าวมาแล้วข้างต้นเลย ตกทุกสมรรถนะ" ด้วยเหตุนี้กระมัง ที่ท่านพลเอกธนะศักดิ์ฯ จึงต้องออกประกาศไว้ให้กำลังพลทุกคนพยายามทำ ก่อนที่ท่านจะเกษียณ


SMART TMAC (นายเท่ ทีแม็ค)
กำลังพลที่ปฏิบัติงานใน TMAC ปีงบประมาณ 2558 นี้ ส่วนใหญ่เป็นกำลังพลเดิมจากปีที่แล้ว มันทำให้ผมรู้สึกไม่ค่อยสบายใจ "หลายคนที่ไม่ควรอยู่กลับได้อยู่ หลายคนที่ควรอยู่ กลับไม่ได้อยู่" ที่ผมกล้าพูดอย่างนี้ก็เพราะผมเห็นได้ชัดจากความประพฤติและผลการปฏิบัติงานในปีที่ผ่านมา 

"ปีที่แล้ว เรามีเรือ 50 ฝีพาย แต่คนในเรือเอาเท้าราน้ำไปเสียครึ่ง พวกเราฝีพายกล้า..เหนื่อยมาก กว่าเรือของเราจะไปถึงจุดหมายปลายทาง และในปีนี้ก็เช่นกัน คนที่เอาเท้าราน้ำเหล่านั้น ก็ยังคงอยู่ ฝีพายที่เหลือเดิมๆ ก็คงต้องเหนื่อยกันมากขึ้นอีก  ถึงจะพาเรือลำนี้ไปถึงจุดหมายปลายทางได้อีกครั้ง" 

เอาละ หากเรายังมีคนเดิมที่เอาเท้าราน้ำอยู่ เราก็ควรพยายามพูดคุยกับเขา ให้เขาเลิกเอาเท้าราน้ำ หันมาช่วยกันพายเรือให้ได้ ผมอยากให้ทุกคนมีความเป็น "SMART TMAC" สมาร์ทของผมนี้ไม่มีคำย่อภาษาอังกฤษใดๆ แต่เป็นภาษาไทยตรงๆ เลย คือ เท่ หล่อ หรืออาจเรียกได้ว่า "นายเท่ ทีแม็ค" 

คุณลักษณะพึงประสงค์ของนายเท่ ทีแม็ค (SMART TMAC) 
ผมอยากให้กำลังพลใน TMAC มีคุณลักษณะพึงประสงค์ ใน 3 ด้าน ดังนี้
  1. ทุกคนต้องมีความรู้ (Knowledge) หมายถึง ทุกคนที่ปฏิบัติงานใน TMAC ต้องมีความรู้เรื่องการปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมในประเทศไทย รู้ว่าใครทำอะไร ที่ไหน แล้วทำกันอย่างไร ทุกคนต้องรู้ว่าตนเองเป็นฟันเฟืองตัวไหน มีหน้าที่อะไร ที่จะช่วยหมุนปั่นขับเคลื่อนการปฏิบัติงานให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมาย   
  2. ทุกคนต้องมีความเป็นมืออาชีพ (Professional) หมายถึง ทุกคนต้องพร้อมปฏิบัติงานได้หนักกว่ากำลังพลทั่วไป 2 เท่า มีความสามารถในการแก้ปัญหาเร็วกว่ากำลังพลทั่วไป 2 เท่า และมีผลงานมากกว่ากำลังพลทั่วไป 2 เท่า อย่างนี้เขาถึงจะเรียกว่าเป็นมืออาชีพ (สามยกกำลังสอง) 
  3. ทุกคนต้องมีความภูมิใจในองค์กร (Pround) หมายถึง ทุกคนควรศึกษาประวัติที่ผ่านมาขององค์กรว่า คนทำงานในอดีตเขาทำงานอะไรกันบ้าง เขาต้องเหนื่อยยากและเสี่ยงอันตรายอย่างไร ผลงานที่ยิ่งใหญ่ในอดีตของ TMAC มีอะไรบ้าง พยายามค้นหาเรื่องราวย้อนกลับไป หากเป็นเช่นนี้ได้ ทุกคนก็จะเกิดความภูมิใจในองค์กร เมื่อทุกคนเกิดความภูมิใจ ก็จะก่อให้เกิดความรักความสามัคคี และเกิดความหวงแหนในชื่อเสียงขององค์กร หันมาตั้งใจทำงานเพื่อรักษาชื่อเสียงขององค์กรต่อไป   
ทุกคนที่มาปฏฺิบัติงานใน TMAC ควรมีลักษณะพึงประสงค์เช่นนี้  ผืนธงชาติไทยและอาร์มของศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ ที่ติดอยู่บนไหล่เธอทั้งสองข้าง จึงจะมีคุณค่าเพียงพอสำหรับเธอ อย่ามาเป็นเหลือบเกาะกิน TMAC เพื่อรับสิทธิแค่วันทวีคูณและรับค่าเลี้ยงดูไปวันๆ มันเป็นการเอาเปรียบกำลังพลอื่นๆ ที่เขาไม่มีโอกาส  

ไม่ว่าเธอจะถูกเลือกมา หรือเธอวิ่งเต้นมา
เมื่อเธอมาอยู่ตรงนี้ อย่าทำตัวเป็น "ผีเน่า โลงผุ"
กินเงินของแผ่นดิน และประชาชน ไปวันๆ หนึ่ง
เธอจงเปลี่ยนสันดาน เอาอุดมการณ์มาใส่ตัวเอง
****************************************
ชาติชยา ศึกษิต : 1 ก.ย.2557